ถอดบทเรียนปี65 การลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง หุ้น-คริปโทฯ หลังยุคโควิด19
หลังวิกฤตโควิด-19 เราได้เรียนรู้อะไรบ้างในปี 2565 จากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความผันผวนทั้งตลาดหุ้น และคริปโทเคอร์เรนซี
ปี 2565 เป็นปีที่เศรษฐกิจไทยผ่านพ้นจุดต่ำสุดหลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นานติดต่อกันหลายปี ซึ่งในหลักการแล้วการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจควรจะเป็นปัจจัยหนุนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
แต่ในความเป็นจริง บรรยากาศการลงทุนในปีนี้กลับผันผวน โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ เช่น คริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งขยายวงผลกระทบไปสู่ผู้เล่นในระบบนิเวศ ทั้งแพลตฟอร์ม หรือโบรกเกอร์ขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเชื่อมั่นต่อตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย
ขณะที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยล่าสุด ยังมีเหตุการณ์เฉพาะจากในกรณีหุ้นขนาดเล็ก MORE ที่ขยายผลกระทบบางส่วนไปยังบางบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความเกี่ยวข้อง
ถึงแม้สถานการณ์โควิด-19 จะบรรเทาลง แต่ความผันผวนของสินทรัพย์เสี่ยงก็ยังอยู่ในระดับสูง โดยระดับความผันผวน (วัดจากความแตกต่างของราคาในแต่ละวัน และคำนวณเป็นรายปี) ของตลาดหุ้น SET100 ราคาทองคำไทย ราคาทองคำโลก ราคาน้ำมัน WTI และบิทคอยน์ สำหรับปี 2565 แตกต่างจากปี 2564 เพียงเล็กน้อย ยกเว้นกรณีน้ำมันโลกที่มีระดับความผันผวนมากกว่า
โดย นักเก็งกำไรที่มีความเชี่ยวชาญ ความผันผวนสูงอาจไม่ใช่ปัจจัยลบเสมอไป เพราะการทำกำไรขึ้นอยู่กับฝีมือในการจับจังหวะการลงทุน แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ หรือนักลงทุนที่ไม่ได้เชี่ยวชาญสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมาก หรือมีปัจจัยเฉพาะสูงอย่างเช่นสินทรัพย์ดิจิทัล หากจับจังหวะผิดก็อาจทำให้ไม่ได้รับผลตอบแทนสูงตามความเสี่ยงที่สูง
นอกจากนี้ความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงของนักลงทุนไทย ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย สะท้อนได้จากความถี่ในการค้นหาคำว่า ‘บิทคอยน์’ ‘ลงทุนหุ้น หรือหุ้น’ รวมถึงกองทุนรวมที่ลดลงตามลำดับ
ส่วนคำว่า ‘ฝากเงินดอกเบี้ยสูง 2565’ กลับมีทิศทางโน้มสูงขึ้น และความสนใจยังกระจายไปที่หุ้นกู้ภาคเอกชนด้วยเช่นกัน สอดคล้องกับปริมาณหุ้นกู้เอกชนที่มีปริมาณการออกเพิ่มสูงขึ้นในปีนี้
คาดเศรษฐกิจไทย ไตรมาส 4 โตต่อเนื่อง เปิดหุ้นเด่นท่องเที่ยว-บริโภค-ก่อสร้าง
ขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทย ยังได้รับผลกระทบจากปริมาณการทำธุรกรรมของนักลงทุนในประเทศที่ลดลง ทั้งฝั่งกองทุนรวมที่มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) ในภาพรวมปรับตัวลดลง
ด้านโบรกเกอร์ในตลาดหุ้น มีกำไรสุทธิที่ปรับตัวลดลงในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนทั่วไปในตลาดหุ้นไทยต่ำลงจากปีก่อน และการซื้อขายหุ้นก็มีการปรับมาเป็นแบบเงินสดถึง 93-94% ของทั้งหมดในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้
ส่วนตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าการซื้อขายในตลาดปรับลดลงเช่นกัน ซึ่งเริ่มปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ที่เริ่มมีข่าวปัจจัยลบจำนวนมากขึ้นในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามเราสามารถเรียนรู้บทเรียนส่งท้ายปี 65 ได้ในหลายเรื่อง ดังนี้
1. นักลงทุนที่เทรด หรือลงทุนในคริปโทฯ แม้จะเป็นนักเก็งกำไร ไม่ใช่นักลงทุน แต่ยังต้องใส่ใจเรื่องโมเดลธุรกิจ การกำกับดูแล ธรรมาภิบาล ของตัวคริปโทฯ แพลตฟอร์ม หรือผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะได้ไม่ถูกหลอก หรือสูญเสียเงินลงทุน เหมือนกับกรณีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ
2. สำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ มีข้อควรระวังและการขยายความเพิ่มเติม คือ
- ไม่ควรลงทุนโดยมองการปรับขึ้นของราคาแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่ควรลงทุนโดยมองหา ‘คุณค่า’ ของสินทรัพย์นั้น ๆ ประกอบด้วย เพราะในหลาย ๆ กรณีที่เกิดขึ้นในระหว่างปี การปรับตัวขึ้นของราคา มาจากแรงซื้อขายของนักลงทุนรายใหญ่ หรือได้รับอิทธิพลจากข่าวความเคลื่อนไหวของผู้ที่ตลาดมองว่ามีน้ำหนัก ซึ่งอาจไม่ใช่มุมมองที่สามารถสะท้อนปัจจัยพื้นฐาน หรือคุณค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์นั้น ๆ ได้ทั้งหมด
- ทำการศึกษาสินทรัพย์ที่ลงทุนด้วยตนเอง อย่าเลือกฟังเฉพาะสิ่งที่อยากได้ยิน โดยอาจเริ่มจากการฟังความเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายทั้งลบและบวก ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมให้รอบด้าน เพื่อที่จะช่วยให้สามารถตัดสินใจบนวิจารณญาณที่ถูกต้องมากขึ้น นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสอบความสามารถในการรับความเสี่ยงหากผลตอบแทนติดลบจนสูญเสียเงินต้นในระดับต่างๆ รวมถึงระยะเวลาที่ต้องการใช้เงินลงทุนนั้นๆ ในอนาคต เพื่อให้มั่นใจว่าจะ ‘รับได้’ เมื่อขาดทุนเงินต้นมากกว่าระดับ 50-70%
- การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล จำเป็นต้องอาศัยการดูข้อมูลที่ลึกขึ้น เพราะความเชื่อเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบ Decentralized หรือ Stable Coin ของหลายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีข่าวลบเกิดขึ้นระหว่างปี ไม่ได้เป็นไปตามระบบดังกล่าวจริงในทางปฏิบัติ ดังนั้น นักลงทุนจึงควรเข้าใจโมเดลธุรกิจที่แท้จริง ก่อนตัดสินใจลงทุน
- การลงทุนในปัจจุบันอยู่บนโลกที่ไร้พรมแดน แต่การกำกับดูแลของทางการยังขึ้นกับกฎหมายและบริบทของแต่ละประเทศ นั่นหมายความว่า แม้ทางการแต่ละประเทศจะพยายามออกแบบกฎกติกา เพื่อดูแลผู้ให้บริการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภทอย่างละเอียดรอบคอบในบริบทที่เป็นปัจจุบันที่สุดแล้ว แต่นักลงทุนก็ควรต้องประเมินความเสี่ยง ความโปร่งใสในการทำธุรกิจและรายงานข้อมูล และธรรมาภิบาล เพื่อประเมินระดับความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม หรือนายหน้าการลงทุน (Brokers) ทั้งไทยและต่างประเทศ หรือผู้ให้บริการที่ใช้บริการด้วยตัวเองด้วย
รวมถึงติดตามกิจกรรมการลงทุนหรือการดำเนินงานของผู้ให้บริการนั้น ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพราะเป็นแหล่งที่เรานำเงินไปฝาก หรือทำธุรกรรมด้วยเพื่อการลงทุน ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด และมีความเชื่อมโยงผลกระทบมาจากต่างประเทศ ก็อาจทำให้ผู้ให้บริการนั้น ๆ ขาดสภาพคล่องและไม่สามารถส่งมอบเงินลงทุนคืนได้เช่นกัน
- กระบวนการการศึกษาข้อมูลและตรวจสอบผู้ให้บริการข้างต้น เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เลือกทำเฉพาะครั้งแรกที่ลงทุนเท่านั้น เนื่องจากสภาพแวดล้อมการลงทุนในยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ดังนั้น จึงทำให้ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจลงทุนในระยะก่อนหน้า อาจไม่สามารถใช้อ้างอิงสำหรับใช้ในการตัดสินใจครั้งต่อไปได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB